เกาะรอก ทะเลอันดามัน เกาะแห่งนี้ตั้งอยู่ภายใต้การดูแลของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา โดยแบ่งออกเป็นสองเกาะย่อยที่ตั้งคู่กันคือ เกาะรอกนอก และ เกาะรอกใน เอกลักษณ์ที่ทำให้นักเดินทางจากทั่วโลกต่างยกย่องให้เป็นราชินีแห่งอันดามันคือ ชายหาดทรายสีขาวแป้งที่เนียนละเอียดนุ่มเท้า ทอดยาวขนานไปกับน้ำทะเลที่ใสสะอาดราวกับกระจกและมีการไล่เฉดสีฟ้าครามเขียวมรกตอย่างงดงามตระการตา บรรยากาศรอบเกาะมีความสงบและเป็นส่วนตัวสูงมากเนื่องจากไม่มีชุมชนหรือสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่รบกวน มีเพียงศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของอุทยานฯ และผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์
เกาะรอก ทะเลอันดามัน กิจกรรมยอดฮิตที่เป็นหัวใจหลักและสร้างชื่อเสียงระดับสากลคือการ ดำน้ำเกาะรอก ทะเลอันดามัน ซึ่งบริเวณรอบเกาะทั้งสองแห่งนี้รายล้อมไปด้วยแนวปะการังน้ำตื้นที่ยังคงความสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพสูงมาก เพียงแค่ออกจากหน้าหาดหลักไปไม่ไกล คุณก็สามารถสัมผัสกับทุ่งปะการังเขากวาง ปะการังสมอง และไฮไลท์สำคัญอย่างปะการังผักกาดหอมรวมถึงดอกไม้ทะเลผืนใหญ่ที่เป็นบ้านของฝูงปลาการ์ตูน (ปลานีโม่) สีสันสดใสแหวกว่ายไปมาในน้ำใสแจ๋ว จุดดำน้ำตื้นที่เป็นที่นิยมอย่าง “อ่าวม่านไทร” และ “เกาะห้า”
กิจกรรมที่น่าสนใจของเกาะรอก ทะเลอันดามัน
1. ดำน้ำตื้น (Snorkeling) ชมทุ่งปะการังและดอกไม้ทะเลผืนใหญ่
• เกาะรอกคือสวรรค์ของการดำน้ำตื้นที่น้ำใสราวกระจกและมีทัศนวิสัยใต้น้ำดีมาก จุดดำน้ำยอดฮิต เช่น อ่าวม่านไทร และ หลักเขตสยาม เต็มไปด้วยแนวปะการังแข็งที่สมบูรณ์ เช่น ปะการังโขด ปะการังสมอง ปะการังเขากวาง และมี ทุ่งดอกไม้ทะเล ผืนกว้างที่เป็นบ้านของฝูงปลาการ์ตูน (ปลานีโม่) หลากหลายสายพันธุ์ รวมถึงฝูงปลาจะละเม็ดทะเลและปลานกแก้วที่จะมาว่ายเวียนวนให้คุณเห็นในระยะประชิด
2. เดินเล่นบนหาดทรายขาวเนียนละเอียดละมุนดั่งแป้ง
• หาดทรายบริเวณหน้าศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเกาะรอกนอกเป็นหนึ่งในหาดทรายที่ขาวและละเอียดที่สุดในประเทศไทย เม็ดทรายนุ่มเท้าเหมือนแป้งฝุ่น กิจกรรมยอดนิยมคือการเดินทอดน่องริมชายหาด ถ่ายภาพสไตล์มินิมอลกับน้ำทะเลไล่เฉดสีฟ้าใสเคลียร์ หรือนั่งพักผ่อนใต้ร่มเงาของต้นจิกทะเลและต้นสนทะเลโบราณพริ้วไหว
3. เดินป่าขึ้น “จุดชมวิวผาเสม็ดแดง” ชมทัศนียภาพมุมสูง
• สำหรับสายลุยและชอบถ่ายภาพมุมสูง บนเกาะรอกนอกมีเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติระยะสั้นตัดขึ้นสู่ จุดชมวิวผาเสม็ดแดง (ใช้เวลาเดินประมาณ 20-30 นาที) บริเวณปลายหน้าผาจะเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ที่มองเห็นเส้นขอบฟ้าและท้องทะเลอันดามันกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา พร้อมเอกลักษณ์ของต้นเสม็ดแดงขนาดใหญ่ที่ขึ้นตระหง่านอยู่ริมหน้าผา
4. ส่องสัตว์เจ้าถิ่น “ตัวเงินตัวทองยักษ์” และ “ปูเสฉวน” ริมหาด
• ด้วยความที่ธรรมชาติบนเกาะได้รับการอนุรักษ์เป็นอย่างดี คุณจะได้พบกับสัตว์เจ้าถิ่นอย่าง ตัวเงินตัวทอง (Monitor Lizard) ขนาดใหญ่ที่มักจะเดินออกมาอวดโฉมให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปบริเวณร้านสวัสดิการอุทยานฯ (ไม่มีอันตรายหากไม่ไปรบกวน) และในช่วงเวลาน้ำลด บริเวณชายหาดจะเต็มไปด้วยกองทัพ ปูเสฉวน ตัวเล็กตัวน้อยนับพันตัวที่เดินหาเปลือกหอยอยู่ริมหาด เป็นภาพที่น่ารักและสะท้อนความอุดมสมบูรณ์ได้เป็นอย่างดี
5. พายเรือคายัคสำรวจ “ร่องน้ำระหว่างเกาะรอกนอก-เกาะรอกใน”
• หากคุณเดินทางมาด้วยเรือนำเที่ยวที่มีบริการอุปกรณ์ทางน้ำ หรือมาพักค้างแรมบนเกาะ การพายเรือคายัคหรือเล่น SUP Board บริเวณร่องน้ำธรรมชาติที่คั่นกลางระหว่างเกาะรอกนอกและเกาะรอกในเป็นอะไรที่ฟินมาก ผืนน้ำบริเวณนี้จะนิ่ง สงบ และใสจนสามารถมองเห็นปะการังและฝูงปลาที่อยู่ใต้น้ำได้จากบนเรือเลยทีเดียว
เวลาเปิด-ปิด และช่วงเวลาท่องเที่ยว
• เวลาให้บริการทัวร์: เรือนำเที่ยว (ส่วนใหญ่เป็นเรือสปีดโบ๊ท) จะพานักท่องเที่ยวเดินทางมาถึงเกาะรอกและทำกิจกรรมได้เฉพาะช่วงกลางวัน ตั้งแต่เวลา 08:30 – 16:00 น. เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางข้ามทะเลลึก
• ฤดูกาลเปิด-ปิดเกาะ: เกาะรอกเปิดให้ท่องเที่ยวเต็มรูปแบบในช่วงไฮซีซั่น ตั้งแต่ 15 ตุลาคม – 15 พฤษภาคม ของทุกปี และจะ ปิดเกาะเพื่อฟื้นฟูธรรมชาติและหลีกเลี่ยงมรสุมตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม – 14 ตุลาคม ของทุกปี
ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานแห่งชาติ
การเข้าชมเกาะรอกจะต้องชำระค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะลันตา (หากซื้อแพ็คเกจทัวร์วันเดย์ทริป ให้เช็กกับบริษัททัวร์อีกครั้งว่ารวมค่าธรรมเนียมนี้แล้วหรือยัง) อัตราค่าเข้ามีดังนี้:
• ชาวไทย: ผู้ใหญ่ 40 บาท / เด็ก 20 บาท
• ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 400 บาท / เด็ก 200 บาท
• หมายเหตุ: หากในทริปเดียวกันคุณเดินทางไปจุดอื่นในเขตอุทยานฯ เดียวกัน (เช่น เกาะห้า) สามารถใช้ตั๋วใบเดียวกันผ่านเข้าชมได้โดยไม่ต้องจ่ายซ้ำภายในระยะเวลาที่กำหนด
กฎระเบียบและข้อห้ามสำคัญ
เกาะรอกเป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่มีความอุดมสมบูรณ์สูงมาก จึงมีกฎระเบียบที่เข้มงวดเพื่อป้องกันการทำลายสิ่งแวดล้อม
1. ห้ามนำพลาสติกใช้ครั้งเดียวทิ้งเข้ามาเด็ดขาด: รวมถึงกล่องโฟม ถุงพลาสติกหูหิ้ว และแก้วน้ำพลาสติก เพื่อป้องกันขยะปลิวลงทะเลและเป็นอันตรายต่อสัตว์ทะเล
2. ห้ามเรือทอดสมอลงบนแนวปะการัง: เรือนำเที่ยวทุกลำต้องผูกเรือเข้ากับทุ่นจอดเรือของอุทยานฯ ที่จัดเตรียมไว้ให้เท่านั้น
3. ห้ามสัมผัสหรือยืนเหยียบย่ำปะการัง: ระหว่างดำน้ำตื้น ห้ามเอามือไปแตะต้องปะการัง ดอกไม้ทะเล หรือจับสัตว์ทะเลเด็ดขาด และต้องระมัดระวังไม่ให้ฟิน (ตีนกบ) ไปเตะโดนปะการังเสียหาย
4. ห้ามรบกวนสัตว์เจ้าถิ่น: บนเกาะจะมีตัวเงินตัวทองยักษ์และปูเสฉวนอาศัยอยู่ชุกชุม นักท่องเที่ยวสามารถถ่ายรูปได้ห่างๆ ห้ามจับ ห้ามแกล้ง หรือให้อาหารสัตว์เหล่านั้นเด็ดขาด
5. ใช้ครีมกันแดด Reef-Safe เท่านั้น: ต้องเลือกใช้ครีมกันแดดที่เป็นมิตรต่อปะการังที่ไม่มีสารเคมีอันตราย (เช่น Oxybenzone, Octinoxate) เพื่อป้องกันปัญหาปะการังฟอกขาว
6. ห้ามเก็บสิ่งใดๆ ออกจากธรรมชาติ: ห้ามเก็บเปลือกหอย ซากปะการัง ทราย หรือก้อนหินกลับไปเป็นของที่ระลึกเด็ดขาด
