บ่อน้ำร้อนควนแคง ตรัง (หรือที่รู้จักกันในชื่ออย่างเป็นทางการว่า วนอุทยานบ่อน้ำร้อนกันตัง) คือพื้นที่แห่งนี้ตั้งอยู่ที่บ้านควนแคง ตำบลบ่อน้ำร้อน อำเภอกันตัง โดยได้รับการประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานบนเนื้อที่อนุรักษ์กว่า 324 ไร่ สภาพภูมิประเทศโดยรอบมีความน่าอัศจรรย์ทางธรณีวิทยาอย่างมาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ราบเชิงเขาที่มีลักษณะเป็นป่าดงดิบชื้นผสมผสานกับผืนป่าพรุที่มีน้ำท่วมขังตลอดปี ไฮไลท์สำคัญคือการเป็นพื้นที่ “พรุน้ำร้อน” ซึ่งมีสายน้ำแร่ร้อนธรรมชาติผุดขึ้นมาจากใต้ดินอยู่ตลอดเวลา การเดินทางมาเยือนที่นี่จึงไม่ใช่เพียงแค่การมาเที่ยวชมป่าไม้ทั่วไป แต่คือการพาตัวเองมาซึมซับไออุ่นของแร่ธาตุบริสุทธิ์ท่ามกลางความเงียบสงบและร่มรื่นของระบบนิเวศป่าพรุพุร้อนที่หาชมได้ยากยิ่งในประเทศไทย
กิจกรรมที่เป็นหัวใจหลักและสร้างความประทับใจแบบเข้มข้นให้แก่นักเดินทางคือการสัมผัสอรรถรสของ บ่อน้ำร้อนควนแคง ตรัง ซึ่งทางวนอุทยานฯ ได้จัดสรรและพัฒนาบ่อน้ำร้อนธรรมชาติไว้ทั้งหมด 3 บ่อ โดยแต่ละบ่อจะมีการควบคุมและแยกแยะอุณหภูมิไว้อย่างชัดเจน ได้แก่ บ่ออุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส (บ่อต้ม), บ่ออุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส และบ่ออุณหภูมิ 30 องศาเซลเซียส นักท่องเที่ยวสามารถเลือกนั่งหย่อนขาแช่เท้าเพื่อกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิตและผ่อนคลายความเมื่อยล้าได้อย่างอิสระ หรือหากใครต้องการความเป็นส่วนตัวก็มีบริการห้องแช่น้ำแร่แบบส่วนตัวรวมถึงศูนย์นวดแผนไทยของชุมชนคอยให้บริการ นอกเหนือจากการทำสปาบำบัดแล้ว อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ห้ามพลาดคือการเดินสำรวจเส้นทางศึกษาธรรมชาติผ่านสะพานไม้ทอดยาวทวนกระแสน้ำร้อน ซึ่งมีให้เลือกผจญภัยถึง 3 เส้นทาง ระยะทางตั้งแต่ 500 เมตร ไปจนถึง 2 กิโลเมตร ตลอดเส้นทางคุณจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับพืชพรรณป่าพรุแปลกตา เช่น ต้นทุ้งฟ้า ต้นตังหน ปาล์ม และเหล่านกป่า ค้างแว่นถิ่นใต้ที่ส่งเสียงร้องทักทายอย่างเป็นธรรมชาติ
บ่อร้อนควนแคง ตรัง (วนอุทยานบ่อน้ำร้อนกันตัง) มีกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงส่งเสริมสุขภาพ (Wellness Tourism) และการผจญภัยศึกษาธรรมชาติผืนป่าพรุพุร้อนแบบเข้มข้น โดยมีไฮไลท์กิจกรรมที่น่าสนใจและไม่ควรพลาดดังนี้
1. แช่เท้าบำบัดสุขภาพในบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ 3 ระดับ
• กิจกรรมยอดฮิตที่เป็นหัวใจหลักของบ่อน้ำร้อนควนแคง ทางวนอุทยานฯ ได้จัดทำบ่อน้ำแร่ร้อนธรรมชาติกลางแจ้งไว้ 3 บ่อ โดยไล่ระดับอุณหภูมิที่เหมาะสม (30, 40 และ 70 องศาเซลเซียส) นักท่องเที่ยวสามารถลงไปนั่งหย่อนขาแช่เท้าท่ามกลางร่มเงาไม้เพื่อกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิต ผ่อนคลายกล้ามเนื้อจากความเมื่อยล้า และให้ผิวพรรณดูดซึมแร่ธาตุบริสุทธิ์จากธรรมชาติได้อย่างเต็มที่
2. เปิดสปาส่วนตัวในห้องแช่น้ำแร่ร้อนและนวดแผนไทย
• สำหรับใครที่ต้องการความเป็นส่วนตัวหรืออยากแช่น้ำแร่ร้อนแบบทั้งตัว ทางวนอุทยานฯ มีบริการ ห้องอาบน้ำแร่ส่วนตัว (Private Mineral Bath) ทั้งแบบห้องเดี่ยวและห้องรวมสำหรับครอบครัวให้เช่าบริการ นอกจากนี้ยังมี ศูนย์นวดแผนไทยของชุมชน ที่ตั้งอยู่ใกล้กัน คอยให้บริการนวดประคบสมุนไพร นวดฝ่าเท้า และนวดไทย บำบัดอาการออฟฟิศซินโดรมได้อย่างยอดเยี่ยม
3. เดินสะพานไม้ผจญภัยในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ “ป่าพรุพุร้อน”
• นอกเหนือจากกิจกรรมแช่น้ำร้อนแล้ว อีกหนึ่งไฮไลท์ที่ห้ามพลาดคือการเดินบน สะพานไม้ทอดยาว ที่สร้างตัดผ่านผืนป่าพรุโบราณที่อุดมสมบูรณ์ เส้นทางศึกษาธรรมชาตินี้มีให้เลือกเดินถึง 3 เส้นทาง (ระยะทาง 500 เมตร ถึง 2 กิโลเมตร) ตลอดทางคุณจะได้เห็นกระแสน้ำแร่ร้อนผุดขึ้นมาจากดินและไหลผ่านรากไม้ มีพืชพรรณป่าพรุแปลกตาที่หาดูได้ยาก เช่น ต้นทุ้งฟ้า ต้นตังหน รวมถึงเป็นจุดส่องนกป่าและสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำนานาชนิด
4. ถ่ายรูปเช็กอินกับอุโมงค์ต้นไม้และแมกไม้โบราณ
• สำหรับสายคอนเทนต์และคนชอบถ่ายภาพ บรรยากาศภายในวนอุทยานฯ โอบล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่และผืนป่าดิบชื้นที่เขียวขจีตลอดทั้งปีแสงแดดที่ส่องรำไรผ่านเรือนยอดไม้ลงมากระทบกับไอระเหยจางๆ ของน้ำร้อน ยามเช้าหรือยามบ่าย จะเกิดเป็นภาพทัศนียภาพที่สวยงามและดูลึกลับน่าค้นหา เหมาะแก่การสวมชุดสไตล์เอิร์ธโทนมาเดินถ่ายรูปบนสะพานไม้เป็นอย่างยิ่ง
5. ลิ้มลองอาหารพื้นบ้านและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพริมลำธาร
• บริเวณด้านหน้าอุทยานและจุดบริการนักท่องเที่ยว จะมีร้านค้าชุมชนคอยให้บริการอาหารพื้นบ้านปักษ์ใต้ ขนมท้องถิ่น รวมถึงน้ำสมุนไพรและน้ำมะพร้าวสดๆ หลังจากที่คุณเหน็ดเหนื่อยจากการเดินป่าศึกษาธรรมชาติหรือแช่น้ำร้อนเสร็จ การได้มานั่งทานอาหารจิบเครื่องดื่มเย็นๆ รับลมโชยท่ามกลางเสียงนกและเสียงธรรมชาติ จะช่วยเติมเต็มความสดชื่นให้ทริปกันตังได้อย่างสมบูรณ์แบบ
• ชาวไทย:
ผู้ใหญ่ 20 – 30 บาท / เด็ก 10 บาท