เขาแบนะ ตรัง เป็นพื้นที่ธรรมชาติที่มีความโดดเด่นด้านภูมิประเทศชายฝั่ง โดยตั้งอยู่ในบริเวณอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง ลักษณะพื้นที่มีทั้งภูเขาหินปูน ชายฝั่งทะเล และระบบนิเวศที่เชื่อมโยงกันอย่างน่าสนใจ ภูเขาหินปูนที่ตั้งอยู่ใกล้แนวชายฝั่งช่วยสร้างทัศนียภาพที่แตกต่างจากชายหาดทั่วไป เมื่อมองจากพื้นที่โดยรอบจะเห็นแนวภูเขาตัดกับผืนน้ำทะเลอันดามันอย่างชัดเจน จึงเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติในบรรยากาศสงบและไม่เน้นกิจกรรมที่เร่งรีบ นอกจากนี้พื้นที่ชายฝั่งยังมีความสำคัญต่อระบบนิเวศของท้องถิ่น ทำให้การมาเยือนควรให้ความสำคัญกับการรักษาสภาพแวดล้อมควบคู่ไปกับการท่องเที่ยว
จุดเด่นของ เขาแบนะ คือภูมิประเทศหินปูนที่เกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติเป็นเวลายาวนาน เมื่อประกอบกับพื้นที่ทะเลโดยรอบจึงเกิดเป็นภาพของภูเขาสูงที่โอบล้อมแนวชายฝั่ง บรรยากาศบริเวณนี้เหมาะกับการชมวิว ถ่ายภาพธรรมชาติ และเรียนรู้ลักษณะภูมิประเทศของชายฝั่งจังหวัดตรัง โดยเฉพาะช่วงที่ท้องฟ้าเปิด จะสามารถมองเห็นความตัดกันระหว่างสีเขียวของพืชพรรณ สีเทาของภูเขาหินปูน และสีฟ้าของทะเลได้อย่างสวยงาม
1. กิจกรรมไฮไลท์สายเดินทอดน่องและถ่ายภาพ (Walking & Photography)
• เดินเทรลสะพานไม้เลาะริมผา: เดินทอดน่องชมวิวมุมสูงบนสะพานไม้ยกสูงระยะทาง 1.16 กิโลเมตร ที่ลัดเลาะขนานไปกับหน้าผาหินปูนสูงชันและทะเลอันดามัน สัมผัสไอทะเลและลมพัดเย็นตลอดทาง
• ล่ามุมถ่ายภาพเช็กอิน “สะพานกระจกปู” และหอชมทัศนียภาพ: ถ่ายภาพกับสะพานทางเดินจุดชมวิวที่ออกแบบเป็นรูปปูและสัตว์ทะเล และจุดพักชมทิวทัศน์ริมหน้าผาที่มีฉากหลังเป็นน้ำทะเลใสสะอาดตัดกับหินปูนสีน้ำตาลเข้ม
• เก็บแสงเย็นยามอาทิตย์อัสดง: เขาแบนะเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยงามมาก แสงสีส้มทองทาทับหน้าผาหินปูนและสะท้อนผืนน้ำทะเลด้านล่าง ให้บรรยากาศโรแมนติกอย่างยิ่ง
2. กิจกรรมสายประวัติศาสตร์และเรียนรู้ธรรมชาติ (History & Eco-Tourism)
• ตามรอยภาพเขียนสีโบราณยุคก่อนประวัติศาสตร์: เดินตามหาสัญลักษณ์อารยธรรมโบราณบริเวณเพิงผาหินปูน ซึ่งปรากฏเป็นภาพเขียนสีแดงรูปปลาสองตัวและลวดลายกราฟิกโบราณที่หันหน้าออกสู่ทะเลกว้าง
• ส่องสัตว์ป่าชายฝั่งและระบบนิเวศจำลอง: เดินศึกษาความหลากหลายของป่าชายหาด พืชเฉพาะถิ่น (เช่น ต้นสลัดไดที่ขึ้นตามหน้าผาหิน) พร้อมส่องสัตว์เจ้าถิ่นอย่าง ลิงแสม นกกก และเหยี่ยวแดง ที่บินโฉบหาอาหาร
• ส่องพะยูนจากมุมสูง (Dugong Watching): ในวันทีกระแสน้ำเป็นใจและท้องฟ้าเปิด ผืนน้ำรอบเขาแบนะที่เป็นแหล่งหญ้าทะเลอันอุดมสมบูรณ์ จะมีพะยูนฝูงสุดท้ายของไทยเข้ามาหากิน คุณสามารถยืนมองหาพะยูนขึ้นมาหายใจเหนือน้ำได้จากบนสะพานไม้
3. กิจกรรมเชื่อมโยงบริเวณรอบชายหาด (Beach & Leisure)
• กางเต็นท์นอนฟังเสียงคลื่น ณ หาดฉางหลาง: เนื่องจากเขาแบนะตั้งอยู่ติดกับหาดฉางหลางและที่ทำการอุทยานฯ นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการลานกางเต็นท์ใต้ทิวสนร่มรื่น เพื่อนอนฟังเสียงคลื่นและตื่นมารับลมเย็นยามเช้าได้
• พายเรือคายัคและเล่นน้ำทะเล: เช่าเรือคายัคจากบริเวณหาดเพื่อพายเลาะเลียบชมเขาแบนะจากมุมมองในทะเล หรือลงเล่นน้ำคลายร้อนบริเวณชายหาดที่ทอดยาวและเงียบสงบ
เวลาเปิด-ปิด และช่วงเวลาท่องเที่ยว
• เวลาเปิดให้บริการ: เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:30 – 16:30 น.
• ช่วงเวลาที่แนะนำ: ควรมาเดินช่วง 08:30 – 10:30 น. หรือ 15:00 – 16:30 น. เนื่องจากแดดไม่ร้อนจัดจนเกินไป และเป็นช่วงที่ระดับน้ำทะเลมักจะขึ้นเต็มที่ ทำให้ทัศนียภาพรอบสะพานไม้มีความสวยงามและถ่ายรูปออกมาได้ปังที่สุด
• ช่วงปิดฟื้นฟูธรรมชาติ (ประจำปี): ปัจจุบันเส้นทางศึกษาธรรมชาติเขาแบนะ เปิดให้ท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี (แตกต่างจากเกาะมุกและถ้ำมรกตที่จะปิดในช่วงมรสุม) อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบสภาพอากาศและคลื่นลมแรงในวันเดินทางเพื่อความปลอดภัย
ค่าเข้าชม (ค่าธรรมเนียมอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม)
การเข้าชมเขาแบนะจะใช้ตั๋วใบเดียวกันกับค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ โดยมีอัตราดังนี้
• ชาวไทย: ผู้ใหญ่ 40 บาท / เด็ก 20 บาท
• ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 200 บาท / เด็ก 100 บาท
• ค่าธรรมเนียมยานพาหนะ: รถยนต์ 30 บาท / รถจักรยานยนต์ 20 บาท
• หมายเหตุ: ผู้สูงอายุชาวไทยที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป และเด็กไทยอายุต่ำกว่า 3 ปี เข้าชมฟรี)
กฎระเบียบและข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย
• กฎความปลอดภัยบนทางเดิน: ต้องเดินอยู่บนสะพานไม้และทุ่นลอยน้ำที่ทางอุทยานฯ จัดไว้ให้เท่านั้น ห้ามปีนป่ายหน้าผาหินปูน หรือยื่นตัวออกจากราวสะพานเด็ดขาด เพราะโขดหินด้านล่างมีความคมและอาจเกิดอันตรายจากคลื่นซัดได้
• กฎการอนุรักษ์โบราณวัตถุ: ห้ามจับ สัมผัส ขีดเขียน หรือทำลายภาพเขียนสีโบราณ ยุคก่อนประวัติศาสตร์บริเวณเพิงผาเด็ดขาด เพื่อช่วยกันรักษารอยอดีตทางประวัติศาสตร์นี้ไว้
• กฎการปฏิบัติต่อสัตว์ป่า: ห้ามให้อาหารลิงแสม หรือสัตว์ป่าทุกชนิดที่พบระหว่างทาง เพราะจะทำให้สัตว์เสียสัญชาตญาณในการหากินตามธรรมชาติ และห้ามส่งเสียงดังรบกวนสัตว์
• กฎการจัดการขยะ: ห้ามทิ้งขยะทุกชนิดลงในป่าชายหาดหรือในทะเล โดยทางอุทยานฯ รณรงค์ให้เป็นเขตปลอดพลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use plastic)
